เกือบถึงเวลาพระ “ ลั่นกลองเพลแล้ว ” ผมเหยียบคันเร่ง “ เชฟวี่ ” LS 2500 COLORADO สายพันธุ์อเมริกัน โทนสีจักรพรรดิ ปลายทางอยู่ที่โรงเรียนเมธีพิทยา เพื่อไปพบ อ.สุนัน เทพเภา และ อ.ญาณิศา สุวรรณกาสา ทั้งสองเป็นข้าราชการครูโรงเรียนบ้านวังกระดี่ทอง ตำบลย่านยาว อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 1 กำลังไปปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็น “ ผู้บังคับบัญชา ” ลูกเสือสามัญและเนตรนารี ทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก (ป.4-6 และ ม.1-3)

อ.สุนัน เทพเภา กำลังสาละวนอยู่กับการแนะนำลูกเสือสร้างที่เก็บภาชนะ อ.ญาณิศา กำลังให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางไกล ผมทักทายคุณครูที่มาดูแลค่ายทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น ผมเชิญ อ.สุนันและ อ.ญาณิศา ออกมาจากกลุ่มครูและลูกเสือ เพื่อ “ สัมภาษณ์สมาชิก ” ผู้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ทั้งในหน้าที่การงาน “ อาชีพครู ” และธุรกิจ “ โต๊ะจีน ” ที่ “ สัมฤทธิผล ” ด้วยก้อนเงินลงทุน จากการกู้ยืม

เงินของสมาชิกที่นำไปฝากไว้กับสหกรณ์ ผมเปิดฉากด้วยการถาม อ.สุนัน เทพเภา

ผม : “ ก่อนจะกลายมาเป็น “ สหโภชนา ” เคยเป็น “ สี่สหาย ” มาก่อน เรื่องราวเป็นมาอย่างไร ครับ? ”

อ.สุนัน : ตอนนั้นผมไปกินเลี้ยงในงานมงคลต่างๆ กำลังกินอาหารอร่อยๆ ฟังดนตรีเพราะๆ แดนเซ่อร์ กำลังยักย้ายส่ายสะโพก ดิ้นกระแด่วๆ มองขึ้นไปบนเวทีเห็นอะไร แว้บๆ เจ้าของโต๊ะจีนสั่งให้เด็กๆ มาเก็บโต๊ะ ไล่ดะมาจนถึงโต๊ะผม ทำให้กินดื่มไม่คล่องคอ ผมเลยจินตนาการว่า ถ้าผมเป็นเจ้าของโต๊ะจีน ผมจะไม่ทำแบบนั้น ผมและผองเพื่อนจึงรวมหัวปรึกษาหารือกัน มี ผอ.อนุศักดิ์ แก้วเต็ม (ครูอ๊อด ซึ่งจากไปแล้ว) ครูอ๊อดอยู่โรงเรียนบ้านหนองขาว โรงเรียนเดียวกันกับผม เพื่อนครูอีกสองคนคือ สุรชาติ สุวรรณปักษิน (ครูจ๊อก) ไพฑูรย์ กัลยาณวิสุทธิ์ (ครูฑูรย์) สองคนนี้อยู่โรงเรียนบ้านดงตะขบ มีความเห็นสอดคล้องต้องกัน มีคำเสนอคำสนองสอดคล้องต้องกัน จึงเริ่มต้นทำโต๊ะจีน ด้วยการยืมภาชนะ เช่น ถ้วย ชาม กะละมัง ทัพพี หม้อหุงข้าว แก้ว เหยือกน้ำจากวัดใกล้บ้าน เช่น วัดรายชะโด หลังจากงานเสร็จก็ทำบุญกับวัดในราคามิตรภาพ ส่วนชื่อโต๊ะจีนเมื่อพวกเราเป็นเพื่อนรัก เพื่อนร่วมดื่มกิน ร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกัน และมี 4 คน ด้วยกัน ก็ควรใช้ชื่อแบบ “ ภาพรวม ” จึงมีมติเอกฉันท์ ใช้ชื่อว่า “ โต๊ะจีนสี่สหาย ” สามง่าม แล้วเรารับงานเรื่อยมา ตั้งแต่ปี 2530 และมีชื่อเสียง เพราะอาหารของเราอร่อยมากๆ ถูกใจเจ้าภาพ และเพราะพรรคพวกช่วยกันเชียร์ (พวกเชียร์อย่างไรก็คงไม่ดัง ถ้าอาหารไม่อร่อยถูกปากถูกใจ ”

ผมป้อนคำถามใหม่ : จาก “ สี่สหายโต๊ะจีน ” ทำไมกลายเป็น “ สหโภชนา ” หรือว่ามีสหายใดในสี่คน “ ดังแล้วขอแยกวง ”

อ.ญาณิศา เทพเภา ชิงตอบคำถามว่า : ไม่มีใครดังแล้วอยากแยกวง ตามที่มีคนเข้าใจกันค่ะ เพียงแต่งานมากขึ้น เราจึงคิดว่าควรแยกกันทำ เพื่อความรุ่งเรืองทางธุรกิจ ครูอ๊อดแยกไปเป็นศิลปินเดี่ยวคนแรก

ตั้งชื่อว่า “ โต๊ะจีนครูอ๊อดบ้านไร่ ” ครูจ๊อกชื่อ “ โต๊ะจีนครูจ๊อก ” ส่วนครูสุนันและครูฑูรย์ไปขอชื่อโต๊ะจีนจากอาจารย์ออดวัดบ้านดาน (พระครูวิจักษ์กันตธรรม เจ้าอาวาสวัดบ้านดาน ต.ไผ่ขวาง อำเภอเมืองพิจิตร) ท่านตั้งชื่อโต๊ะจีนให้ว่า “ สหโภชนา ” เพราะเป็นธุรกิจโต๊ะจีนที่ร่วมมือกันบริหารจัดการ 2 ครอบครัว คือ “ ครอบครัวเทพเภา และกัลยาณวิสุทธิ์ ”

ผมถามต่อ : คุณ ญาณิศา เริ่มเข้ามา “take over” โต๊ะจีนของ อ.สุนันเมื่อไหร่ครับ

อ.ญาณิศา : ก็หลังจากการแต่งงานของเรา เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2544 เราสองครอบครัวบริหารจัดการอย่างมีระบบ แบ่งแยกหน้าที่ ร่วมลงทุนลงแรง และแบ่งปันผลกำไรอย่างเป็นธรรม จัดซื้อจัดหาอุปกรณ์โต๊ะจีนครบครัน ตอนนี้มีโต๊ะเก้าอี้ประมาณ 400 ตัว สามารถแยกรับงานได้สบาย เพราะงานเลี้ยงชนิด 100 – 200 โต๊ะขึ้นไป ไม่มีให้จัดบ่อยนัก เราจัดชนิดครบวงจร เช่นให้เช่าโต๊ะ หรือรับจัดโต๊ะ พร้อมวงดนตรี อำนวยความสะดวกให้เจ้าภาพ เช่น 100 โต๊ะ แถมดนตรีฟรี เราต้องมีวงดนตรีอยู่ในเครือข่าย ต้องทำมาหากินร่วมกัน

ผมสงสัยว่า : สหโภชนารับงานเฉพาะในพื้นที่จังหวัดพิจิตรเท่านั้นหรือ โต๊ะจีนในพิจิตรมีนับร้อย อยู่ได้อย่างไร และการตลาดทำแบบไหน โฆษณาวิทยุ หนังสือพิมพ์บ้างหรือเปล่า ?

อ.สุนัน ตอบบ้างว่า : พื้นที่ทำมาหารับประทานของผม ครอบคลุมภาคเหนือตอนล่างเกือบทั้งหมด (ถ้าไม่โม้ก็ไม่ใช่สุนัน เทพเภา) จังหวัดใกล้เคียงไม่ต้องพูดถึง เช่น จังหวัดกำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัย และจังหวัดบ้านเกิดของผม “ อุทัยธานี ” ด้านการตลาดผมอาศัยฝีมือในการทำอาหารให้อร่อย และ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ให้ความเมตตาบอกต่อ “ ปากต่อปาก ” ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี่

ผมหันไปซัก อ.ญาณิศาต่อ : จุดขายของทุกโต๊ะจีน คือ “ อาหารจานเด็ด ” สหโภชนามีไหมครับ และใครเป็น “ กุ๊ก ” จ้าง(กุ๊ก)บ้างไหมครับ

อ.ญาณิศา : มีค่ะ “ ยำคอหมูย่างรสแซ่บ ” “ ต้มขาหมูเนื้อนุ่ม ” “ ยำปลาดุกฟู ” เคล็ดลับ คือ ใช้เนื้อปลาดุกแท้ๆ ไม่ผสมแป้ง สังเกตง่าย คือ ราดน้ำจิ้ม เนื้อปลาดุกจะไม่ยุบตัว (ผมกลืนน้ำลายลงคออึ๊กใหญ่) ส่วน “ กุ๊ก ” เราไม่ได้จ้าง เจ้าของปรุงเอง อ.สุนัน และ อ.ไพฑูรย์ ช่วยกันทำช่วยกันชิม จึงลงตัวพอดีค่ะ

ผมป้อนคำถามเป้าหมาย : สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด มีส่วน “ เกื้อกูล ” ในธุรกิจที่กำลังดำเนินการบ้างหรือเปล่าครับ

อ.ญาณิศา : รถหกล้อ 1 คัน ปิ๊กอั๊พ 4 ประตูอีก 1 คัน ที่ช่วยบรรทุกโต๊ะจีน บรรทุกคนงานไปจัดโต๊ะจีน “ เงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด ทั้งนั้น ” และด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดแล้ว ยังได้เงินเฉลี่ยคืนอีกต่างหาก ต้องขอขอบคุณสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด ค่ะ

เรื่องที่พิเศษไปกว่านั้น งานโต๊ะจีนของครูสุนัน เทพเภา ครูญาณิศา และครูฑูรย์ ยังช่วยให้นักเรียนในโรงเรียนบ้านวังกระดี่ทองและเยาชน ได้มีงานพาร์ตไทม์ มีรายได้มาใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียน เงินกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร จำกัด มีผลดีต่อสังคมโดยอ้อมอีกด้วย

ประไพ ตะสี /สัมภาษณ์ (6 กุมภาพันธ์ 2551)